ความสามารถในการสอบกลับได้คืออะไรและทำไมเราจึงสอบเทียบ ?

 

ข้อกำหนดการสอบเทียบและความสามารถในการสอบกลับได้ใน ISO/QS 9000 มักได้รับการตีความว่าเป็นเพียงการกำหนดให้มีสติกเกอร์สอบเทียบบนเครื่องมือวัดและมีการอ้างอิงไปยังเลขที่ทดสอบของห้องปฏิบัติการมาตรวิทยาแห่งชาติ ในใบรับรองการสอบเทียบ การนำเสนอแบบนี้เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานด้านวิชาการเกี่ยวกับความต้องการการสอบเทียบและความสามารถในการสอบกลับได้และการพิจารณาความต้องการการสอบเทียบที่แท้จริงเป็นอย่างไร   

- ความสามารถในการสอบกลับได้คืออะไร 

พจนานุกรมระหว่างประเทศของคำศัพท์พื้นฐานและคำศัพท์ทั่วไปในมาตรวิทยา (VIM) ให้ความหมายของความสามารถในการสอบกลับได้ไว้ว่า

"สมบัติของผลการวัดที่สามารถโยงไปกับมาตรฐานแห่งชาติที่เป็นที่ยอมรับโดยการเปรียบเทียบกันอย่างไม่ขาดช่วงเป็นลูกโซ่ และจะต้องรายงานค่าความไม่แน่นอนของการวัดไว้ด้วย”

ผลการวัดจะไม่มีความหมายถ้าไม่สามารถโยงหรืออ้างอิงสู่มาตรฐานแห่งชาติ คุณสมบัติดังกล่าวของผลการวัด เรียกว่า ความสามารถสอบกลับได้

ดังนั้นความสามารถสอบกลับได้จึงเป็นการส่ง่ต่อหน่วยวัดตามนิยาม SI จากจุดเริ่มต้นจนถึงผู้ใช้งานความสามารถสอบกลับได้ของผลการวัดจึงต้องได้รับการถ่ายทอดผ่านห้องปฏิบัติการสอบเทียบหลายระดับจนกว่าจะถึงผู้ใช้งาน ซึ่งถ้าพิจารณาจากความหมายของความสามารถสอบกลับได้ จะเห็นว่ามีปัจจัยหลายอย่างด้วยกันที่จะทำให้เกิดห่วงโซ่ของการเปรียบเทียบโดยไม่ขาดขั้นตอนได้

สิ่งแรกที่สังเกตได้คือเฉพาะผลการวัดหรือค่าของมาตรฐานเท่านั้นที่สามารถสอบกลับได้

เครื่องมือวัดไม่สามารถสอบกลับได้ด้วยตัวเครื่องหรือไปยังตัวเครื่องเอง สิ่งที่สอบกลับได้เกี่ยวกับเครื่องมือคือการหาความบกพร่องของเครื่องระหว่างการสอบเทียบ  สิ่งที่เราหมายถึงเมื่อเราพูดถึงเครื่องมือที่สอบกลับได้คือ เครื่องมือที่มีความสามารถที่จะให้ผลการวัดซึ่งสามารถสอบกลับได้

เช่นเดียวกันมาตรฐานไม่สามารถสอบกลับได้แต่ค่าที่กำหนดให้มาตรฐานนั้นสามารถสอบกลับได้

ISO/QS 9000 ไม่ได้ใช้คำว่าความสอบกลับได้โดยตรง แต่กำหนดให้ (การสอบเทียบของเครื่องมือตรวจสอบ เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบ) เทียบกับเครื่องมือที่ได้รับการรับรองมาตรฐานที่ทราบค่าของความสัมพันธ์ไปยังมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับระหว่างประเทศหรือภายในประเทศ ในขณะที่มีบางส่วนของคำจำกัดความของ VIM หายไป ก็ยังชัดเจนว่าวัตถุประสงค์ของข้อกำหนด คือให้การวัดสามารถสอบกลับได้ 

เป็นที่น่าเสียดายว่ามันไม่ชัดเจนแน่นอนว่าผู้เขียนมาตรฐานหวังที่จะได้อะไรจากข้อกำหนด เพราะว่ามาตรฐานไม่ได้ใช้คำจำกัดความที่อ้างไว้ใน VIM ทำให้เกิดปัญหาบางอย่างขึ้นในการปฏิบัติที่สามารถตีความได้ว่าเป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานทั้งที่ไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ

การปฏิบัติแบบนี้ที่พบมากที่สุดคือการตีความว่าการมีใบรับรองการสอบเทียบที่มีหมายเลขทดสอบของห้องปฏิบัติการมาตรวิทยาแห่งชาติ เป็นการรับรองการสอบกลับได้อย่างเป็นทางการในประเทศนี้

อย่างไรก็ตามวิธีการนี้ใช้ไม่ได้สำหรับความไม่แน่นอนในการเชื่อมโยงทั้งหมดในสายของการสอบกลับได้ระหว่างอะไรก็ตามที่สอบเทียบที่ห้องปฏิบัติการมาตรวิทยาแห่งชาติ กับเครื่องมือที่ใช้จริงในการสอบเทียบตามข้อกำหนดในคำจำกัดความของ VIM และยังไม่เป็นการแสดงว่ามีความสัมพันธ์ที่เหมาะสมระหว่างค่าความไม่แน่นอนในแต่ละการเชื่อมโยง

ยิ่งไปกว่านั้นควรทราบว่าการกระทำแบบนี้ ไม่ได้รับการสนับสนุนจากห้องปฏิบัติการมาตรวิทยาแห่งชาติ ผู้ซึ่งใช้เลขที่การทดสอบเป็นเพียงเครื่องมือในการบริหารจัดการภายใน  NIMTพิจารณาว่าการทดสอบเป็นความลับเฉพาะระหว่างห้องปฏิบัติการมาตรวิทยาแห่งชาติกับลูกค้า ดังนั้นคุณไม่สามารถได้ข้อมูลใดๆ จากห้องปฏิบัติการมาตรวิทยาแห่งชาติ ถ้าคุณต้องการสอบทราบว่าหมายเลขทดสอบที่ได้รับนั้นครอบคลุมอะไรบ้าง

ในข้อกำหนดของ QS 9000 ฉบับแก้ไขครั้งที่ 3 การสอบเทียบภายนอกจะต้องทำโดยห้องปฏิบัติการที่ปฏิบัติงานตาม ISO Guide 25 เป็นอีกก้าวหนึ่งที่จะขจัดปัญหาต่างๆ ในการปฏิบัติ ขณะที่หน่วยงานรับรองมาตรฐาน (Accreditation bodies) ต้องการความสามารถสอบกลับได้เป็นไปตามคำจำกัดความใน VIM

แต่ว่าอะไรคือสิ่งที่เป็นปัญหาและอะไรเป็นสิ่งที่เราควรจะทำ เพื่อตอบคำถามนี้เราจำเป็นที่จะต้องมองถึงวัตถุประสงค์ของข้อกำหนดความสอบกลับได้ เรารู้อยู่แก่ใจว่าข้อกำหนดนี้เกี่ยวกับคุณภาพของผลการวัด ลูกค้าที่กำหนดให้มีความสอบกลับได้ต้องการการประกันว่าการวัดนั้นถูกต้อง

วิธีการเดียวที่จะพิสูจน์ว่าการวัดถูกต้องคือการพิสูจน์ว่าความไม่แน่นอนของการวัดมีค่าต่ำมากพอที่จะได้มาซึ่งข้อสรุปที่ต้องการจากผลการวัด เช่น ชิ้นงานเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่

จากมุมมองด้านวิชาการทำให้ส่วนของความสามารถสอบกลับได้ต้องมีหลักฐานที่ระบุความไม่แน่นอนของการวัด ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดที่จะแสดงถึงความสามารถสอบกลับได้คือการเริ่มโดยผลรวมของความไม่แน่นอนของการวัด

องค์ประกอบความไม่แน่นอนในการวัดควรจัดทำตามวิธีการที่กำหนดในข้อแนะนำการแสดงค่าความไม่แน่นอนในการวัด Guide to the Expression of Uncertainty in Measurement (GUM) เอกสาร ISO ฉบับนี้ระบุวิธีการแสดงค่าความไม่แน่นอนในการวัดซึ่งอนุญาตให้นำค่าความไม่แน่นอนในการสอบเทียบยกไปเป็นองค์ประกอบความไม่แน่นอนสำหรับการวัดที่ทำอย่างต่อเนื่องโดยใช้ตัวมาตรฐานหรือเครื่องมือนั้น และทำให้เราเปรียบเทียบการวัดสองครั้งของสิ่งเดียวกันและพิจารณาว่าสอดคล้องกันหรือไม่โดยค่าความไม่แน่นอนของการวัด

จากองค์ประกอบความไม่แน่นอนเราสามารถหาองค์ประกอบที่สำคัญทั้งหมดที่มีผลต่อค่าความไม่แน่นอนของการวัด ( เช่น ทุกสิ่งที่มีขนาดใหญ่กว่า 10 - 20 % ขององค์ประกอบที่ใหญ่ที่สุด) องค์ประกอบเหล่านั้นบางตัวขึ้นอยู่กับวิธีการที่ใช้วัด และบางตัวขึ้นอยู่กับการสอบเทียบของเครื่องมือ ตัวตรวจวัด และตัวมาตรฐาน เป็นต้น)

ดังนั้นความสามารถสอบกลับได้อาจต้องใช้การสอบเทียบคุณลักษณะของเครื่องมือวัดหลายหัวข้อ และไม่ใช่ว่าคุณลักษณะทั้งหมดมีหน่วยเป็นหน่วยเดียวกันกับสิ่งที่เราวัด ตัวอย่างเช่นความไม่แน่นอนของการวัดความยาวอาจขึ้นกับอุณหภูมิเป็นอย่างมากและดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีความสามารถในการวัดอุณหภูมิ ทำให้ความสามารถสอบกลับได้ของการสอบเทียบของตัววัดอุณหภูมิเป็นส่วนที่สำคัญของความไม่แน่นอนสำหรับการวัดความยาว

ผลที่ตามมาคือเราสามารถระบุข้อกำหนดของเราให้เฉพาะเจาะจง  โดยกล่าวว่าเพื่อให้การวัดสามารถสอบกลับได้เครื่องมือต้องมีการสอบเทียบซึ่งสามารถสอบกลับได้ในคุณลักษณะที่มีผลทำให้องค์ประกอบความไม่แน่นอนมีเกณฑ์อยู่ในค่าที่ยอมรับได้ที่กำหนดในองค์ประกอบในความไม่แน่นอนในการวัด

นั่นหมายความว่าความสามารถสอบกลับได้เป็นสภาวะที่เกิดซ้ำๆ สามารถติดตามได้จากองค์ประกอบความไม่แน่นอนในการวัดและการสอบเทียบของคุณลักษณะสำคัญของเครื่องมือสำหรับแต่ละจุดที่เชื่อมโยงในแต่ละสายย้อนกลับได้ไปถึงระดับที่เหมาะสมได้ เช่นห้องปฏิบัติการแห่งชาติ

ด้วยหลักเหตุและผลนี้ ข้อมูลที่จำเป็นที่จะพิสูจน์ว่าการวัดสามารถสอบกลับได้ในทางวิชาการ คือ

  • รายการขององค์ประกอบที่สำคัญของความไม่แน่นอนสำหรับการวัด 
  • รายการของเครื่องมือ (เลขที่อ้างอิง) ที่ใช้ในการวัดที่เพิ่มค่าความไม่แน่นอนในการวัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน
  • แต่ละส่วนของเครื่องมือมีการอ้างอิงความสามารถสอบกลับได้ของตัวมันเอง (ขอบเขตการสอบเทียบ แหล่งสอบเทียบ วันที่ทำการสอบเทียบ เลขที่ระบุการสอบเทียบ เช่น หมายเลขใบรับรองมาตรฐาน
  • แหล่งสอบเทียบแต่ละแหล่งมีหลักฐานแสดงความเชื่อถือได้ เช่น การได้รับการรับรองมาตรฐาน

ข้อกำหนดของความเชื่อถือได้ของแหล่งสอบเทียบคือสิ่งที่ยืนยันว่ามีข้อมูลพร้อมในแต่จะจุดการเชื่อมโยงในห่วงโซ่ของการสอบกลับได้ทุกห่วงโซ่ไปยังห้องปฏิบัติการระดับชาติ

การรับรองมาตรฐานมีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้มีความเชื่อถือได้นี้ การรับรองมาตรฐานของหน่วยงานที่สามต้องติดการรับรองผลของการเปรียบเทียบพร้อมด้วยค่าความไม่แน่นอนในการวัดที่ห้องปฏิบัติการสอบเทียบดำเนินการ

ข้อกำหนดข้อหนึ่งที่ใช้กับห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองคือห้องปฏิบัติการต้องทำการสอบเทียบตัวมาตรฐานและเครื่องมือวัดกับห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองแห่งอื่นเท่านั้น

มีผลทำให้ห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองแต่ละแห่งต้องรักษาเอาไว้ซึ่งความเป็นจุดเชื่อมโยงจุดหนึ่งหรือบางจุดในสายของการเปรียบเทียบกลับไปยังระบบหน่วยวัดระหว่างประเทศ(SI unit) โดยการจัดทำเอกสารการเชื่อมโยงที่ห้องปฏิบัติการต้องรักษาไว้และแหล่งของจุดเชื่อมโยงต่อไปในสายห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองทำให้มั่นใจในความต่อเนื่องของห่วงโซ่ความสามารสอบกลับได้

ดังนั้นข้อมูลทั้งหมดที่จำเป็นในการติดตามเส้นทางของความสามารถสอบกลับได้ไปยังห้องปฏิบัติการระดับชาติต้องพร้อมใช้งานและความสามารถสอบกลับได้สามารถพิสูจน์ได้ ทั้งนี้เป็นการอธิบายข้อกำหนดของ QS 9000 ฉบับแก้ไขครั้งที่3 สำหรับการสอบเทียบภายนอกที่จะต้องดำเนินการโดยห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง ISO Guide 25

- ทำไมเราจึงสอบเทียบ?

หลังจากที่ได้พิจารณาถึงหลักการของความสามารถสอบกลับได้ไปแล้ว เรามาดูถึงผลที่ตามมาของการพิจารณานี้ต่อการสอบเทียบของเรา การสอบเทียบมักทำโดยไม่มีการพิจารณาด้านวิชาการเกี่ยวกับคุณลักษณะที่ถูกทำการสอบเทียบ และความไม่แน่นอนของการสอบเทียบที่ได้ แย่ยิ่งไปกว่านั้นในบางครั้งการสอบเทียบทำตามที่ผู้ตรวจประเมินต้องการ  ซึ่งแนวทางนี้ทำให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการสอบเทียบบางเรื่องสูงมากเกินจำเป็น ในขณะที่ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงที่บางเรื่องมีการสอบเทียบที่ต่ำเกินไป

 
Copyright © 2007. Calibration Laboratory Co.,Ltd. All rights reserved.
Visitor : 1275997